• Peeradon Ariyanukooltorn

JUMC NEXT 13 ชาตินี้ไม่เสียใจที่เข้ามา

ปี 2018 เป็นอีกปีที่ผมได้ทดลองทำอะไรใหม่ๆ มากมาย อีกเรื่องที่ผมตัดสินใจทำ แล้วพอมองย้อนกลับมา ไม่เคยคิดเสียใจเลย คือการเข้ามาเรียนคลาส JUMC NEXT นั่นเอง (JUMC อ่านว่า จั๊ม) ซึ่งในบทความนี้ ผมจะมาเล่าให้ฟังกันครับ ว่าคลาสนี้ คืออะไร ได้อะไรกลับไป แล้วเหมาะกับใครบ้าง




JUMC ที่'เคย'มาจาก JUnior Mba Chula


เมื่อก่อนนั้น JUMC จะเกิดขึ้นมาจากคำว่า JUNIOR MBA CHULA ซึ่งก็คือการทดลองเรียน MBA แบบระยะสั้นนั่นเอง โดยคลาสนี้ จะเรียนคาบบ่าย (13:00-16:00) และคาบค่ำ (18:00-20:30) เป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็ม จุดประสงค์แรกของคลาสนี้เลยก็คือ การให้คนที่ยังไม่รู้ตนเอง ว่าเหมาะที่จะเรียน MBA มั้ย ได้เข้ามาทดลองสัมผัสหลักสูตรแบบน้ำจิ้ม เพื่อประกอบการตัดสินใจอีกทีนั่นเอง


การให้คนที่ยังไม่รู้ตนเอง ว่าเหมาะที่จะเรียน MBA มั้ย ได้เข้ามาทดลองสัมผัสหลักสูตรแบบน้ำจิ้ม เพื่อประกอบการตัดสินใจอีกที

แต่แน่นอน มันไม่ได้มีแค่นั้น เพราะถ้ามีแค่นั้น ไปเรียนที่ไหนก็ได้จริงมั้ยล่า คลาสนี้จะมี Guest Speaker จากแวดวงธุรกิจได้มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ให้พวกเราฟังกันอย่างล้นหลาม อย่างปีผมก็จะมีทั้ง ศรีจันทร์, Rabbit Digital Group, BNK48 และวิทยากรปังๆ อีกมากมาย





JUMC นั้นจะรับเด็กที่สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีแล้ว จนถึงอายุไม่เกิน 27 ปี แล้วคัดเลือกโดยดูจากลักษณะนิสัยคนเข้าเรียนเป็นหลัก ซึ่งโดยส่วนใหญ่ คนที่มาเข้าเรียนจะเป็นพวกคนไฟแรง บ้างาน บ้ากิจกรรม ไปไหนไปกันไปด้วย เลยทำให้คลาสนี้ เรียกว่า เป็นการรวมคนบ้าในช่วงอายุยี่สิบกว่าเอาไว้ด้วยกันนั่นเอง


แล้วทีนี้ คนที่อายุเกินกว่า 27 ทำยังไงได้บ้างล่ะ? เราก็จะมี JUMC WOW และ JUMC NOW แตกแขนงออกมา เพื่อรองรับกลุ่มคนในช่วงอายุที่มากขึ้น และตัว JUMC เดิมก็ได้เปลี่ยนชื่อให้กลายเป็น JUMC NEXT นั่นเอง เลยทำให้ในเวลาต่อมา คำว่า JUMC จะไม่ได้แทนคำว่า Junior MBA Chula อีกแล้ว เพราะอายุคนที่เข้าเรียนไม่จูเนียร์แล้วจ้า คำว่า JUMC ก็จะแปลความหมายตรงตัว เป็นชื่อแบรนด์ JUMC ไปเลย


เป็นการรวมคนบ้าในช่วงอายุยี่สิบกว่าเอาไว้ด้วยกัน




เจอกันแค่เดือนเดียว แต่สนิทกันราวกับเจอมาสิบปี


ใช่แล้วครับ อย่างที่บอก เราคัดเลือกคนจากหลายร้อยคน เข้ามาสอบข้อเขียน (ความรู้ธุรกิจพื้นฐาน และความรู้รอบตัว) จนเหลือประมาณ 200 คน จากนั้นก็จะสัมภาษณ์เพื่อคัดออกอีกครึ่งหนึ่ง จนได้คนทั้งรุ่นรวมกันที่ประมาณ 90 คน แล้วมันจะเป็น 90 คนที่ DNA ตรงกันมากๆ พูดง่ายๆ คือ เจอกันแป๊บเดียว สนิทกันราวกับเจอกันมาสิบปี เพราะเราคัดคนลักษณะใกล้เคียงกันเข้ามาอยู่ด้วยกัน พูดง่ายๆ ว่าเป็นพวกพลังเหลืออะนะ Energy สูงพุ่งเยอะเวอร์ๆ ทำงานอยู่ปกติดีๆ ไม่ชอบ อยากจะมาทรมานร่างกายตัวเองด้วยการเข้าเรียนและทำโปรเจคหามรุ่งหามค่ำอีกรอบ


แต่ในกฏเกณฑ์ลักษณะนิสัยที่เราคัดเลือกคนเข้ามานั้น กลับได้กลุ่มคนจากหลายวิชาชีพมากๆๆ ไม่ว่าจะเป็นสายธุรกิจ เจ้าของกิจการ นักบิน ศิลปิน บลอคเกอร์ ฟรีแลนซ์ วิศวกร หรือแม้กระทั่ง หมอ นักวิทยาศาสตร์ นักโภชนาการ เลยทำให้หลักสูตรนี้ กลายเป็นการเข้ามาเรียนเพื่อหา Connection ไปด้วยเลย ... ใช่แล้ว มันแทบจะเด่นจนเกินจุดประสงค์หลักที่เข้ามาเพื่อทดลองเรียน MBA ด้วยซ้ำ



**ขอขอบคุณรูปภาพจากแฟนเพจ JUMC NEXT และอาร์ตเวิร์คสวยๆ จากทีม PR JUMC NEXT 14 ครับ



เรียนบ่ายยันเย็น เรียนเย็นยันค่ำ แต่เราไม่จบแค่นั้น


หลังจากที่เราได้ถูกคัดเลือกเข้ามาเรียนแล้ว วันอาทิตย์ก่อนเริ่มเรียน ก็จะมีกิจกรรม Ice Breaking เพื่อให้ทุกคนได้รู้จักกัน และไม่เคอะเขินที่จะเข้าหากัน แล้วบอกได้เลยว่า มันเป็นการ Break the ice ที่ไวเวอร์ที่สุดที่เคยมีมา ถามว่าทำไมถึงรู้ เพราะว่า หลังจาก Ice breaking ได้สองวัน JUMC NEXT รุ่น 13 ก็สามารถฟอร์มทีมไปบุค Brick Bar ได้ทันทีถึงครึ่งรุ่น !! (~50 คน) อ่า ใช่ครับ พูดมาถึงตรงนี้ คงต้องบอกไว้เลยว่า สิ่งที่ขาดไม่ได้กับการเรียนหลักสูตรนี้ คือ การไปต่อตอนดึก !! แต่ไม่ต้องห่วงครับ มันไม่ใช่แค่การไปต่อแอลกอฮอล์แน่นอน เราจะมีทั้ง เจ๊โอว เจ๊เกียง สุกี้ ชาบูหม่าล่า เซ็งซิมอี๊ บัวลอย บอร์ดเกม เลเซอร์ ฯลฯ บอกได้เลยว่า ร้านเด็ดๆ รอบๆ จุฬาฯ (หรือจะไม่รอบก็ตาม) ได้กินครบอย่างแน่นอน แล้วแต่จะเปิดตี้กันในแต่ละวันเลย ซึ่งบอกได้เลยว่าตารางสอนที่บอกว่าเสร็จ 20:30 ไม่เคยจะเป็นจริง สถิติเร็วสุดที่ผมสามารถกลับบ้านได้คือเที่ยงคืนครับ





แต่บางวันก็ไม่ได้กลับดึกเพราะเที่ยวหรือกินหรอกนะ ตลอดการเรียน JUMC NEXT เราจะได้ทำโปรเจคกันด้วย 3 โปรเจคโดยประมาณ แล้วแต่แต่ละปีจะร่าง ซึ่งแต่ละโปรเจคเนี่ย ก็ไม่ค่อยจะมีเวลาให้ทำในคาบหรอก เรียนเสร็จสามทุ่มก็ต้องไปต่อกันที่ Too Fast Too Sleep ไม่ก็ Naplab อยู่กันยันดึก คิดโปรเจคกันหัวแตก เรียกได้ว่า เผลอๆ เหนื่อยกว่าบางคณะที่เรียนปริญญาตรีซะอีก


เพราะงั้นจะมีหลายคน ที่ไม่สามารถลางานแบบ complete ได้ ก็จะต้องไปทำงานตอนเช้าก่อน แล้วมาเรียน JUMC ต่อตอนบ่าย จะถือว่าเป็นกลุ่มคนที่ถึกและน่าสงสารที่สุดในรุ่น เพราะอย่างที่บอก ชีวิตไม่เคยจะจบที่สามทุ่มหรอก ถ้ามีทำงานตอนเช้าด้วย เรียกว่าแทบจะไม่ได้นอนเลยซะมากกว่า เพราะงั้นใครที่เลือกช้อยส์นี้เพื่อที่จะมาเรียน JUMC NEXT ตัดสินใจดีๆ แล้วสู้ชีวิตตลอดหนึ่งเดือนนั้นให้ได้นะครับ





กิจกรรมในคลาส


ในคลาส JUMC NEXT เราไม่ได้มีแค่เรียนกับทำโปรเจคเท่านั้น แต่เรายังมีไปทำกิจกรรมข้างนอกกันอีกด้วยครับ




:: ดูงานจังหวัดขอนแก่น


ในรุ่น JUMC NEXT 13 ได้มีการไปดูงานที่จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเราก็ไม่ได้ไปกันแบบคนธรรมดา แต่เรานั่งรถไฟไป !! แน่นอนสิ มันดีงามมาก ดีงามเพราะ คนที่นั่งอยู่บนรถไฟนั้นคือเด็ก JUMC นะ ไม่ใช่แค่นอนแล้วตื่นมาแถ่นแท้นถึงขอนแก่นหรอก แต่มันคือการมานั่งสุมหัวกัน แล้วยกประเด็นมานั่งถกเถียงกันตั้งแต่หัวค่ำยันเช้าตรู่อีกวันแบบไม่หลับไม่นอนเลยทีเดียว เท่าที่ผมพอจะจำได้ก็จะมี พูดคุยเรื่องเศรษฐกิจ การเล่นหุ้น การแก้ไขปัญหาจราจรด้วย AI ... อ่าว ฟังแล้วดูจะเครียดใช่มั้ย ที่จริงแล้วคุยกันหมดเลย ตั้งแต่ สายเทรคกิ้ง ชอบเดินเที่ยวแบบไหน เตรียมตัวยังไง การทำอาหาร ปรุงอาหารแบบไหน มีเคล็ดลับยังไงบ้าง เนื้อสุก เนื้อดิบ พลิกกี่ครั้ง ชาเขียว สูตรชามีกี่แบบ อยากดำน้ำต้องหัดยังไง โห บอกเลยว่าคุยกันไม่หยุดไม่หย่อน แล้วไม่ได้มีแบบนี้แค่วงเดียว แต่แยกกันไปหลายวงมาก !! วงไหนที่เริ่มเบื่อจะคุยก็เริ่มเล่นเกม มีทั้งทายคำ ทั้งคิลเลอร์ ตอนนั้นรถไฟนั่งกันประมาณ 10 ชั่วโมง ก็นั่นแหละครับ Energy ล้นกันตลอด 10 ชม. เลยก็มี บางคนล้มหายตายจากหนีไปนอนมันก็มี ก็แหงล่ะ คืนก่อนหน้าก็ไปบริคกันมา ถ้าอดนอนต่อกันได้ขนาดนี้ก็จะโหดเกินไปนิดนึง




ตอนที่อยู่ขอนแก่นหลักๆ กิจกรรมก็จะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ก็คือ


1. กิจกรรมฟังบรรยายจากธุรกิจที่เด่นๆ ในท้องที่นั้น


ซึ่งสำหรับปีของผม ได้ฟังบรรยายจากบริษัท KKF หรือขอนแก่นแหอวน ซึ่งเป็นบริษัทส่งออกแหอวนที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้นั่งฟังแนวคิดของเขาที่ต่อยอดธุรกิจ แตกฟีลออกไปเป็นแบบต่างๆ จากนั้นก็ยังได้ฟังแนวคิดการพัฒนา ขอนแก่นสมาร์ทซิตี้ การพัฒนาระบบคมนาคมในจังหวัด และกลายไปเป็นแบบแผนให้จังหวัดอื่นๆ ได้พัฒนาตามอีกด้วย


2. กิจกรรม CSR ให้น้องๆ ในโรงเรียน


ในกิจกรรมนี้ พวกเราได้แบ่งกลุ่มเข้าไปทำกิจกรรมให้เด็กๆ ในโรงเรียน เพื่อให้ความบันเทิง และสร้างแรงบันดาลใจ รวมไปถึงบริจาคของต่างๆ เพื่อเป็นสาธารณะประโยชน์ให้แก่โรงเรียนอีกด้วย


3. กิจกรรมแสดงละคร


ใช่ครับ ตั้งแต่ช่วงแรกๆ ในคลาสเรียน เราจะถูกแบ่งกลุ่ม แล้วได้รับโจทย์ให้แสดงละครกัน แต่ละกลุ่มก็จะคิดพลอตเรื่อง ซักซ้อมกันมา แล้วมาปล่อยของกันในคืนสุดท้ายก่อนกลับนั่นเอง และด้วยความบ้าจากใน DNA ของเด็ก JUMC เลยทำให้ทุกๆ การแสดงถูกจัดออกมาอย่างไม่ธรรมดากันเลยทีเดียว





:: กีฬาสี


ผ่านไปซักครึ่งคลาส ก็จะมีกิจกรรมกีฬาสี มองไปมองมาก็เหมือนจะเป็นกิจกรรมที่ทำให้เราได้ความรู้สึกที่หวนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง ได้แข่งกีฬา คิดเกม มีการแสดง ซึ่งแต่ละกลุ่มก็งัดไม้เด็ดออกมาสู้อย่างไม่ยอมกันเลย





:: ดูงานนอกสถานที่


ในรุ่น 13 ของเราได้มีโอกาสไปดูงานนอกสถานที่ที่ Workpoint Entertainment พวกเราได้ฟังบรรยายถึงความเป็นมา การผลัดเปลี่ยน เติบโตขององค์กร รวมถึงได้เข้าไปดูห้องส่ง รายการข่าว และรายการ I can see your voice ด้วย





เรียนจบคลาสนี้ไปได้อะไรบ้าง?


ถ้าจะตอบแบบตรงตามตำราเลยก็ เราได้ความรู้แบบพื้นฐาน ให้พอพูดคุยกับเพื่อนฟีลธุรกิจรู้เรื่อง ในเชิงบัญชี การตลาด การบริหารได้ เราได้รู้ตัวเอง ว่าอาจจะไม่จำเป็นต้องเรียน MBA ขนาดนั้น เราได้มุมมองแง่คิด จากวิทยากรที่ประสบความสำเร็จในยุคปัจจุบัน


แต่ถ้าพูดถึงผลพวงที่ได้รับ และจุดที่มองว่าเป็นประโยชน์ที่สุด ผมจะมองไปที่ การที่เราได้เห็นว่า คนรุ่นเดียวๆ กับเรานั้นเขาเติบโต มีไฟ และก้าวหน้าไปถึงไหนกันแล้ว แล้วมันโคตรเจ๋ง ที่คนกลุ่มนี้นี่แหละ ได้เป็นเพื่อนกับพวกเรา เพื่อนที่รู้สึกโคตรสนิท แล้วอยากที่จะคบหาต่อๆ กันไป หลายคนหลังจากจบคลาสจับมือกันเปิดธุรกิจ หลายคนได้คบหาเป็นแฟนกัน แต่พอพูดถึงประเด็นแฟน ก็ต้องระวังหน่อยนะ เพราะคนที่เข้ามาเรียนจั๊ม หลายคนมากต้องเลิกกับแฟน เพราะช่วงเวลาที่เรียนตลอด 1 เดือนนี้เรียกได้ว่า แทบจะหาเวลาให้แฟนไม่ได้กันเลย แล้วเพื่อนใน JUMC จะสนิทกันมากๆ จนแฟนคุณอาจจะคิดมากได้เลยทีเดียว เพราะงั้น ใครที่มีแฟน แล้วมาเข้าเรียน JUMC ประคองความสัมพันธ์ดีๆ นะครับ


เราได้ความรู้พื้นฐานของ MBA รวมถึงมุมมองแง่คิดจากวิทยากรที่ประสบความสำเร็จในยุคปัจจุบัน เราได้เห็นเพื่อนรุ่นเดียวกันว่าเก่งและประสบความสำเร็จขนาดไหน และเราจะได้กลุ่มเพื่อนที่สนิทกันอย่างไม่น่าเชื่อเพิ่มเข้ามาในชีวิต




JUMC NEXT 14 is COMING


พูดมาขนาดนี้ หลายคนอาจจะเริ่มอยากเข้าเรียน JUMC NEXT บ้าง ตอนนี้ JUMC NEXT 14 กำลังเปิดรับสมัครแล้วนะครับ ซึ่งปีนี้ จากที่ผมเป็นทีมร่วมจัดด้วย บอกเลยว่า มันกว่าปีก่อนแน่นอน เราจะไปดูงานกันที่จังหวัดเชียงใหม่ แล้วมีวิทยากรปังๆ ไว้รอฟังกันอย่างมากมายมหาศาลแน่นอนครับ เปิดรับสมัครถึงวันที่ 17 มีนาคม 2562 เท่านั้น


ถ้าสนใจก็ลองเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ http://jumc.in.th/jumcnext/ ได้เลย หรือติดตามข่าวสารได้จากแฟนเพจ JUMC NEXT ได้ตลอดครับ


รายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.jumc.in.th/jumcnext สอบถามที่ Line : @jumc





1,049 views
  • Grey Facebook Icon
  • Grey Twitter Icon
  • Grey Instagram Icon
  • Grey Flickr Icon
  • 500px-new
  • LINE_Icon